Hidayah's profileღ... ✿ هداية التقوى ✿ ....PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    October 11

    - เกือบจะถึงลมหายใจสุดท้าย -

                                                     

                                                                                  

                  อัลฮัมดูลิลลาฮฺกับทุกสิ่งที่พระองค์ทรงมอบให้กับบ่าวของพระองค์ผู้นี้อย่างเหลือคณานับ ทุกอย่างไม่สามารถเกิดขึ้นได้ เว้นแต่เป็นสิ่งอนุมัติจากพระองค์ นับเป็นหนึ่งความเมตตาอย่างเหลือล้นกับสิ่งที่พระองค์ทรงมอบให้บ่าวผู้นี้ในเดือนร่อมาฎอนอันทรงเกียรติปี ฮ.ศ.1430นี้ ช่วงร่อมาฎอนที่เพิ่งผ่านมานี้เป็นร่อมาฎอนที่แปลกพิเศษที่สุดในชีวิตตัวเองที่ผ่านมา ที่พระองค์ทรงประสงค์ให้ได้สัมผัสกับช่วงเวลาแห่งความเจ็บป่วยที่หนักที่สุดเท่าที่เคยได้สัมผัส(อัลฮัมดูลิลลาฮฺ) และช่วงเวลาดังกล่าวนั้นเอง ทำให้มีอะมานะฮฺอันนึงที่ตัวเองได้บอกกล่าวกับอัลลอฮฺในช่วงหนึ่งขณะเจ็บป่วยนั้น ว่าจะบอกเล่าต่อแก่พี่น้องหากมันจะเป็นประโยชน์แก่พี่น้องให้มากที่สุด (เท่าที่พระองค์ให้ความสามารถ) 
             
               
    ณ ช่วงเวลาที่ได้รักษาตัวที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ด้วยอาการไข้สูง เจ็บคอ ไอ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อตัว เจ็บหู และปวดหัวจี๊ดๆ(เป็นบางช่วง) หนาวสั่น และอ่อนแรง อาการดังกล่าวอาจไม่รู้สึกทรมานอะไร หากมันไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมๆกัน แต่เมื่อรู้สึกเหนื่อยขึ้นมาก็มักจะคอยบอกกล่าวกับตัวเองอยู่เสมอว่า ”อดทน อดทน อัลลอฮฺกำลังลบล้างความผิดให้กับเราอยู่ ”  “อัลลอฮฺรักเราอัลลอฮฺจึงทดสอบเรา” ก่อนหน้านี้เคยแอบอิจฉาพี่น้องที่ได้รับความเจ็บป่วยอยู่บ่อยๆ เพราะรู้สึกว่าทำให้เขาได้อยู่ใกล้ชิดกับพระองค์มากขึ้น ทำให้เขาได้รู้จักอดทน (“และอัลลอฮฺก็จะทรงอยู่กับบ่าวที่อดทน” ) สิ่งต่างๆเป็นไปตามพระประสงค์ของอัลลอฮฺ ทำให้ตัวเองมีกำลังใจดีขึ้น และเนื่องด้วยเพราะได้รับกำลังใจจากคนรอบๆตัวและวงกว้างออกไป หลังจากนั้นอาการต่างๆก็เริ่มดีขึ้นมาจากวันที่ทรุดหนัก หลังจากที่หมอทำการวินิจฉัยโรคและทำการรักษาด้วยวิธีให้ฉีดยาฆ่าเชื้อ(ไปเกือบสิบขวด) และกินยา ซึ่งการกินยาเป็นอีกสิ่งที่ทำให้รู้สึกเหนื่อยอย่างมาก จำต้องกินยาหลายๆเม็ด บางเม็ดก็ใหญ่บะเริ่ม(แต่คนอื่นว่าเล็ก) โดยปกติแล้วเป็นคนไม่ชอบกินยามาแต่ไหนแต่ไรแล้วด้วย เลยทำให้ต้องรู้สึกเหนื่อยกับสิ่งนี้ จากนั้นก็ทำการรักษาเรื่อยมาจนกระทั่งวันที่ไข้ลดลงเป็นปกติ หมอจึงอนุญาตให้กลับบ้านได้ พร้อมกับมียาติดไม้ติดมือกลับไปกินต่อ ...
             
                
    หลังจากออกจากโรงพยาบาล ก็มาพักฟื้นต่อที่หอพัก สามสี่วันจากนั้นมีเหตุทำให้ต้องกลับไปที่โรงพยาบาลอีกครั้ง ด้วยอาการมึนเวียน หน้ามืด และอาเจียรทุกวัน ตอนนั้นกำลังสงสัยตัวเองว่ามีอาการแพ้ยา เลยกลับไปยังโรงพยาบาลเดิมในช่วงกลางคืน จากนั้นก็เข้าพบหมอในห้องฉุกเฉิน หลังจากหมอซักประวัติเสร็จ หมอก็วินิจฉัยว่า อาจเป็นอาการแพ้ยา  แล้วหมอก็ถามต่อว่า แล้วจะให้หมอฉีดยามั้ย
    ? หรือจะเอายาไปกิน? เลยรีบตอบทันทีโดยไม่ต้องคิดว่า “ฉีดค่ะ” (เนื่องจากไม่ชอบกิน) หมอจึงสั่งพยาบาลให้ฉีดยาเข็มนึงซึ่งผสมด้วยตัวยาสองตัว พยาบาลบอกให้นอนบนเตียงในห้องฉุกเฉิน ที่ปิดรอบเตียงด้วยผ้าม่าน ซึ่งบรรยากาศในห้องนี้เต็มไปด้วยความวุ่นวาย และเสียงดังโหวกเหวกมาก มีทั้งคนเพิ่งถูกรถชน คนเมาเหล้าประสบอุบัติเหตุ คนใส่เครื่องช่วยหายใจ เสียงพยาบาล และเสียงญาติผู้ป่วยที่มาโวยวาย หลังจากที่พยาบาลสั่งให้เหยียดแขนและกำมือ จากนั้นพยาบาลก็ฉีดยาเข็มนั้นเข้าไปในเส้นเลือดแขนข้างขวาเข้า แล้วก็เดินจากไป ในช่วงแวบนั้นที่ยาฉีดเข้าสู่ร่างกาย ทำให้รู้สึกซ่าวืดไปทั้งตัว รู้สึกจะอาเจียรขึ้นมา และหายใจไม่ออก เลยพยายามจะยกตัวขึ้น และพยายามจะเปล่งเสียงเรียกพยาบาลที่กำลังยืนหันหลังพูดคุยกันอยู่ตรงหน้า ซึ่งห่างออกไปสักระยะ เรียกอยู่สามสี่ครั้งได้ พยาบาลจึงหันมา และเอากระโถนมาให้ แต่แม่ที่อยู่โต๊ะหมอ ซึ่งห่างไกลออกไปตั้งเยอะ ได้ยินเสียงเรียกลูก และวิ่งมาถึงที่เตียงพร้อมๆกับพยาบาล ตอนนั้นแม่บอกว่าหน้าลูกหน้าซีดเหมือนไม่มีเลือด ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงทั้งมือและขา มือและตัวเย็บเฉียบ ไม่มีกระทั่งเรี่ยวแรงที่จะกำมือ รู้สึกหนาวสั่น และรู้สึกหายใจไม่ค่อยออก เอ่ยถามแม่ที่ยืนอยู่ข้างหัวทีละคำว่า “ทำไมถึงไม่แรงเลย หายใจไม่ค่อยออกด้วย” แม่เริ่มเสียงสั่น และวิ่งออกไปตามหมอมาดู บอกให้ดูลูกหน่อยว่าเป็นอะไร หมอและพยาบาลยืนมองนิ่ง ทำหน้าเหมือนให้คำตอบอยู่ตรงนั้นทั้งคู่ว่าไม่รู้เหมือนกัน จนแม่ดูท่าเหมือนหมอเองก็จะช่วยอะไรไม่ได้ เลยยืนจับมือแน่น และบอกด้วยเสียงอันสั่นๆให้นึกถึงอัลลอฮฺ บอกว่าอัลลอฮฺอยู่กับเรา และบอกให้กล่าวชาฮาดะฮฺอยู่ไม่หยุด ในช่วงเวลานั้นก็ทำตามที่แม่บอก กล่าวชะฮาดะฮฺออกมาทีละคำๆด้วยกับน้ำตาและแรงหายใจที่รู้สึกว่ามีอยู่เล็กน้อย พยาบาลและหมอก็ยืนมองอยู่ตรงมุมเดิม ในช่วงเวลาที่นอนกล่าวชาฮาดะฮฺอยู่นั้น หัวใจสั่นระรัวนึกถึงแต่เพียงอัลลอฮฺและความตาย ในช่วงแรกหัวใจสั่นวุ่นวาย รู้สึกตกใจกลัว นี่จะถึงเวลาตายของเราแล้วใช่มั้ย ในช่วงแวบเดียวกันนึกถึงความดี-ความชั่วในอดีต ถึงนึกสวรรค์-นรก นึกว่าถ้าเราตายตอนนี้อะไรคือสิ่งที่อัลลอฮฺจะทรงตอบแทนให้กับเราในอาคิเราะฮฺ และนึกถึงชีวิตแห่งหลุมฝังศพ รู้สึกกลัวอยู่ได้พักหนึ่ง สักครู่เดียวก็มีความคิดหนึ่งซึ่งขัดแย้งกับความรู้สึกเดิมเกิดขึ้นมา ซึ่งเกิดคำถามขึ้นกับตัวเองว่า แต่เราต้องพร้อมที่จะตายอยู่ตลอดเวลาไม่ใช่หรอ ไหนเราเคยบอกกับคนอื่นๆว่าเราต้องพร้อมที่จะตายอยู่เสมอในทุกๆวินาทีทุกๆเวลา แล้วทำไมเราถึงต้องกลัวที่จะตายอีก เราต้องไม่กลัวสิ เราต้องพร้อมที่จะตาย เราต้องยอมรับในสภาวการณ์ของพระองค์สิ ทำไมเราต้องกลัวด้วย หากมันเป็นความประสงค์ของอัลลอฮฺก็ไม่มีอะไรขวางกั้นได้ทั้งนั้น นี่เราอายุยี่สิบเอ็ดเองเนอะเราก็ต้องตายแล้วหรอนี่ แต่หากพระองค์ทรงประสงค์ให้เราตายตอนไหนเราก็ต้องตาย ความคิดโจมตีตัวเองเข้ามาในหัวอยู่ไม่หยุด แต่ก็บอกกับพระองค์อีกว่าหากพระองค์ทรงให้มีชีวิตอยู่ต่อไป เราจะพยายามเป็นบ่าวที่ดีที่สุดให้ได้ หลังจากนั้นก็ขอดุอาอฺ ขออภัยโทษต่อพระองค์อยู่ในใจ ช่วงเวลาเดียวกันก็พยายามจะหายใจให้อยู่รอดให้ได้ต่อไป พร้อมกับปากที่กล่าวชะฮาดะฮฺ  และพยายามจะขยับมือขยับขาให้ได้ไปพร้อมๆกัน เพื่อประทังชีวิตตัวเองไว้ เพื่อให้รู้ว่าตัวเองยังมีเรี่ยวแรงอยู่ แต่ในใจก็นึกถึงแต่พระองค์ ขออภัยโทษและขอความช่วยเหลือต่อพระองค์ เพียงพระองค์เท่านั้นที่สามารถช่วยเหลือได้ในทุกสิ่ง นอนอยู่ชั่วครู่หนึ่ง เมื่อหัวใจสามารถทำใจที่จะตายได้แล้วทำให้หัวใจเริ่มสงบ แต่ก็ยังมีแฝงด้วยความกลัวอยู่บ้าง ที่ยังไงก็ไม่สามารถขจัดไปให้หมดได้ในช่วงเวลานั้น ตามองไปที่นาฬิกาที่แขวนอยู่บนฝาผนังตรงปลายขาเตียง วินาทีไหนน่ะที่พระองค์จะทรงเอาวิญญาณเรากลับไปยังพระองค์ นอนทำใจและปากกล่าวชะฮาดะฮฺอยู่ตลอด ไม่มีใครสามารถรู้ได้ถึงความรู้สึกในช่วงเวลานั้นที่อยู่ในหัวใจเราได้เลยจริงๆเว้นแต่อัลลอฮฺ แม้กระทั่งแม่ที่ยืนอยู่ข้างๆตัวเราในขณะนั้นก็ไม่สามารถรู้ได้ว่าหัวใจเรารู้สึกยังไง ถึงแม้ว่าขณะที่เล่าออกไปให้ใครฟังก็ตาม ก็เชื่อได้ว่าไม่มีใครอาจสัมผัสความรู้สึกในวินาทีนั้นได้อย่างถึงใจจริงๆ มันน่ากลัวมากกับห้วงเวลาที่คิดว่ามันเกือบจะถึงลมหายใจสุดท้ายของชีวิตเราแล้ว มันต่างกันอย่างลิบลับกับช่วงเวลาที่เรานึกถึงความตายในช่วงปกติจนทำให้เรารู้สึกกลัว ร้องไห้ เพราะขณะนั้นในใจลึกๆแล้วเราไม่ได้รู้สึกจริงๆว่าตัวเราจะต้องตายในวินาทีนั้นเหมือนกับที่ประสบอยู่นี้ เมื่อหัวใจสงบลง ความวุ่นวายหายไป และสักพักหนึ่งแม่ก็พูดอย่างมีความหวังขึ้นมาว่า หน้าลูกเริ่มมีสีขึ้นมาบ้างแล้ว และตอนนั้นรู้สึกได้ว่าลมหายใจเริ่มเข้ามาในปอดตัวเองมากขึ้น แต่มือและขาก็ยังคงอ่อนเรี่ยวแรงอยู่ พยายามนอนนิ่งทำใจให้สงบลงและยอมรับในทุกสิ่งที่จะเกิดขึ้น ด้วยสายตาที่ยังคงมองไปยังเข็มนาฬิกาที่เดินหมุนไปในทุกวินาที พลางรอวินาทีสุดท้ายของลมหายใจ แต่เมื่อนอนอยู่อย่างสงบพักหนึ่งก็รู้สึกเริ่มมีเรี่ยวแรงขึ้นมา สามารถขยับมือเองได้บ้างแล้ว แม่ยิ้มดีใจและมีความหวังขึ้นมา ถามว่าพอจะไหวแล้วใช่มั้ย ก็พยักหน้าตอบรับไปเพื่อความสบายใจของแม่ ทั้งที่ตอนนั้นยังรู้สึกว่าขายังคงอ่อนแรงยังไม่สามารถขยับได้อีก สักพักใหญ่ๆรู้สึกหายใจได้มากขึ้น และสามารถขยับมือ ขยับขาได้บ้างแล้ว พอดีกับหมอเดินมาถามว่า จะนอนโรงพยาบาลอีกสักคืนมั้ย เพื่อหมอจะได้สังเกตอาการ แต่ในใจตอนนั้นก็คิดว่า ขอกลับดีกว่า เพราะหากถึงเวลาที่เราต้องตายจริงๆ ถึงยังไงมนุษย์คนใดก็มิอาจขวางกั้นพระประสงค์ของอัลลอฮฺได้อย่างแน่นอน ถ้าจะต้องตายก็ไม่อยากตายในสภาพบรรยากาศห้องฉุกเฉินอันวุ่นวายนี่หรอก จึงบอกแม่ว่าขอกลับดีกว่า . . .
               
               
    จากนั้นมาพระองค์ก็ทรงให้เราได้มีลมหายใจจวบจนวันนี้วินาทีนี้ นับได้ว่าเป็นกำไรของชีวิตอย่างมากที่พระองค์ทรงเมตตาให้ได้ลิ้มรสช่วงเวลาดังกล่าว ถึงแม้ว่ามันจะทำให้ใจเสียอยู่สักพักใหญ่ๆก็ตาม แต่มันคุ้มค่ามากต่อการได้เตือนสติตัวเองและพี่น้องให้ต้องระลึกถึงความตายอยู่ตลอดเวลา ให้ต้องพร้อมที่จะตายอยู่ทุกขณะและทุกสภาพ หากเมื่อใดถึงเวลาที่เราจะต้องกลับคืนสู่อัลลอฮฺผู้สร้างเรา เมื่อนั้นเราก็ต้องพร้อมที่จะกลับไปสู่พระองค์ โดยที่เราไม่อาจรู้ได้เลยว่าหากเราตายในวินาทีใดนั้น หนทางในอาคิเราะฮฺของเราจะเป็นเช่นใด เราไม่อาจรู้ถึงน้ำหนักของสมุดบัญชีข้างซ้ายและข้างขวาได้ในตอนนี้ ไม่อาจรู้ได้ว่าการงานใดบ้างที่พระองค์ทรงตอบรับและไม่ตอบรับ แต่สิ่งที่ทำได้ในขณะที่เรายังมีชีวิตและมีลมหายใจอยู่ตอนนี้ก็คือ
    ทำทุกสิ่งให้ดีที่สุดต่ออัลลอฮฺ(ซ.บ.)ผู้สร้างเรา    
                           

                 “ แท้จริงแล้วชีวิตเราเป็นของพระองค์ และแน่แท้เราจะต้องกลับไปยังพระองค์ ”                                
                      
         



                                                               
                      
         
                           

    Comments (19)

    Please wait...
    Sorry, the comment you entered is too long. Please shorten it.
    You didn't enter anything. Please try again.
    Sorry, we can't add your comment right now. Please try again later.
    To add a comment, you need permission from your parent. Ask for permission
    Your parent has turned off comments.
    Sorry, we can't delete your comment right now. Please try again later.
    You've exceeded the maximum number of comments that can be left in one day. Please try again in 24 hours.
    Your account has had the ability to leave comments disabled because our systems indicate that you may be spamming other users. If you believe that your account has been disabled in error please contact Windows Live support.
    Complete the security check below to finish leaving your comment.
    The characters you type in the security check must match the characters in the picture or audio.

    To add a comment, sign in with your Windows Live ID (if you use Hotmail, Messenger, or Xbox LIVE, you have a Windows Live ID). Sign in


    Don't have a Windows Live ID? Sign up

    พอมาอ่านแบบนี้ความรู้สึกที่ได้รับก็แตกต่างจากที่ได้ฟังจากปากและได้จ้องมองที่ดวงตา
    แต่ก็รับรู้ได้ถึงความเจ็บปวดและความอดทนที่พี่สาวคนนี้ได้ต่อสู้กับมัน
    แต่อยากจะบอกว่าพี่สาวเก่งขึ้นเยอะเลยน่ะเรื่องกินยานะ^^(แต่ก็ยังคงต้องเคี้ยวคุกกี้กินน้ำตามอีกตามเคย)
    พอดีมีเน็ตของพี่มาให้ใช้เลยได้มาท่องโลกกว้างอีกครานึง
    แต่อีกสักพักก็คงต้องปลีกวิเวกหลบลมมรสุมอยู่ภายในป่าเขาอีกตามเคย
    ก็อัลฮัมดุลิลลาฮฺสำหรับเน็ตที่ทำให้ได้มาอ่านบทความบทนี้
    ปกติจะต้องเดินทางไปยี่สิบกว่าๆกิโลถึงจะได้เจอกับอะไรแบบนี้
    นี้เราพาท่องอวกาศรึเปล่าน่ะ เหอะ
    แต่ถึงยังไงก็สู้ๆสู้แล้วสู้อีกน่ะค่ะพี่สาว
    ถึงแม้วันนี้จะไปเจอกันที่สงขลาไม่ได้
    แต่ถึงยังไงก็ยังอยากจะไปอยู่ดี(จะพูดเพื่อหาอะไรเนียะ^^)
    แต่จะทำไงได้ล่ะถ้าหากว่าหลงกลับเข้ามาอยู่ในหุบเขานี้แล้วคงจะออกไปไหนยากมากมาย
    เฮ้อ ต้องผ่านด่านหลายด่านสุดท้ายแล้วก้ไม่ได้ไปอยู่ดี เพราะสอบไม่ผ่านแม้แต่ด่านเดียว
    (ไว้วันหลังถ้าหากมีโปรแกรมล่วงหน้าก็จะตรงดิ่งไปก่อนแล้วค่อยแว๊บกลับเข้าบ้าน^^แบบนี้ได้รึเปล่าน่ะ)
    อยู่บ้านแล้วรู้สึกเหมือนโดนตัดแขนตัดขายังไงไม่รู้- -"
    Oct. 17
    อัสลามมุอะลัยกุม วะรอฮมาตุ้ลลอ วะบารอกาตุฮ
    อัลหัมดุลิลละห์ และยะซากัลลอฮุคอยรอน พี่สาวคนนึงทึ่แนะนำให้มาอ่าน
    อ่านแล้วนึกคำพูดไม่ออกเลยว่าจะพูดว่าอะไรดี มีแต่ความรู้สึกล้วน ๆ
    ความรู้สึกที่เหมือนกับสิ่งที่เราทุกคนต่างรู้ดี ทุกคนต่างรู้ว่าสักวันชีวิตของตัวเองหลีกไม่พ้นกับสิ่งนี้
    แต่คำว่ารู้ หรือจะสู้การได้ประสบกับมันด้วยตัวเอง
    พี่น้องผู้ร่วมศรัทธาจ๋า...พี่น้องโชคดีมากกว่าหลาย ๆ คนที่ต้องประสบกับมันแต่ไม่มีโอกาสกลับมาบอกกล่าว
    ให้คนอื่นที่ยังไม่คิดถึงมัน ได้รับรู้และเตรียมตัวกันจริง ๆ สักที
    นูร เองถึงแม้จะไม่ได้ลิ้มรสชาดของมัน อย่างที่พี่น้องประสบมา แต่ก็พอจะนึกออกในความรู้สึก
    และตัวเองเคยเกือบประสบอุบัติเหตุรถชนจากรถประจำทาง วินาทีที่เราต้องรู้สึกว่า ...
    มันจบสิ้นแล้วนะสิ่งที่เราเคยได้รับในดุนยานี้ เราต้องจากทุกคนที่เรารัก ความฝันของเรามันไม่มีประโยชน์อีกต่อไป
    อาม้าลของเราจะเป็นอย่างไร ในสายตาอัลลอฮ ชีวิตในหลุมของเราจะเป็นอย่างไร.............
    ความคิดเหล่านี้มันเข้ามาในสมองใช้เวลาแค่เสี้ยวนาที
    มากกว่าจะคิดว่าเราจะตายยังไง มันเจ็บปวดหรือเปล่า ข่าวคราวของเราจะถึงคนที่เรารักยังไง
    ......วินาทีที่พร้อมจะตาย........
    จากที่เคยบอกตัวเองว่าเราพร้อมแล้วที่จะตายอยู่ตลอดเวลา
    เอาเข้าจริง ก็ลังเลเหมือนกัน ไม่ได้กลัวตาย แต่กลัวว่าเราจะรอดไหม (รอดจากการลงโทษของอัลลอฮไหม เพียงพอหรือยังกับความดีที่เราทำ และจะแน่ใจได้ยังไง ว่ามันจะถูกตอบรับหรือเปล่า)
    ลาอิลาฮาอิลลัลลอฮ....
    ขอให้มัน...เป็นเครื่องเตือนใจเราอยู่ทุกนาทีของการมีชีวิต เพื่อวันที่เป็นของเราจริง ๆ ขอให้เราได้มั่นใจในการกลับไปด้วยเถิด ยาอัลลอฮ
    ขอพระองค์ทรงนำทางพวกเรา และทรงอย่าทำให้พวกเราหลงทางเลย
    ขอให้พวกเราทุกคนเป็นบ่าวที่พระองค์ทรงพอพระทัย
    ขออย่าให้ความตายเป็นทีหวาดกลัวสำหรับพวกเราเลย
    ยาอัลลอฮ บ่าวขอความคุ้มครองจากพระองค์ ทรงคุ้มครองให้บ่าวและพี่น้องผู้ศรัทธาทุกคน
    ห่างไกลจากความกริ้วของพระองค์ การลงโทษของพระองค์ และไฟนรกญะหันนัม
    ขอให้พวกเราทุกคนอยุ่ในหมู่ผู้ที่พระองค์ทรงพอพระทัย และอยู่ในหมู่ชาวสวรรค์ญันนะตุ้ลฟิดเดาส์ ด้วยเถิด

    อามีน...
    Oct. 13
    อ่านแล้ว......ได้ข้อคิดเยอะมากเลยอ่ะค่ะ ญาซากิลลาฮฺมากๆน่ะค่ะ
    Oct. 13
    นูรฮายาตี.... บ้านก๊ะกี้ก็ดีเหมือนกัน เราจะได้ขอออกไปง่ายๆหน่อย
    วันไหนก็ได้จ๊ะ ที่ทุกคนสะดวก จะประชุมเรื่องค่ายเปิดบ้านฯ3 ด้วยเลยน่ะ ว่ายังไง?
    ฝากบอกพี่น้อง(มอ.ปัต)คนอื่นๆด้วยจ๊ะ

    สุมัยยะฮฺ... เราไม่ได้ลืมที่จะเล่าหรอก
    แต่ พอดีว่าช่วงนั้นที่ไปบ้านตอนวันอีด ยังเป็นช่วงทีพูดมากๆไม่ได้ (ไม่งั้นจะเหนื่อย หายใจไม่ทัน)
    แค่เดินเข้าในซอยบ้านตัวเองวันนั้น ก็ใช้ได้เลยหละ

    เลยกะว่ามาเล่าให้ทุกคนฟังทีเดียวเลยกว่า จะได้ไม่ต้องเล่าหลายๆรอบ(จะได้เป็นฉบับเดียวกันหมด)


    พี่น้องทุกคน ญาซากุมมุลลอฮูคอยรอนญาซาอฺสำหรับทุกดุอาอฺ และกำลังใจ ... อัลฮัมดูลิลลาฮฺ
    Oct. 13
    SOFIAwrote:
    อัสลามูอาลัยกุม
    เราก็เคยเจอแบบนี้เหมือนันอ่าจ๊ะ
    แต่เราจมน้ำ ในช่วงเวลาตอนนั้น มันทรมานมากๆ ถึงที่สุดเลยทีเดียวแหละ
    ทั้งน้ำ เข้าปาก เข้าจมูก ส่วนมือ ก็ชูขึ้น รอคนมาช่วย
    ขาก็แตะพื้นไม่ถึงด้วยสิ่
    มันเป็นอะไรท่ทรมานมาก แต่โชคดีเหมือนกัน พระองค์ให้เราลิ้มรสของความตายว่ามันน่ากัวขนาดไหน
    ตอนนี้เรารู้แล้ว
    Oct. 12
    S.M.Ywrote:

    ฮุดา
    ป่วยหนักขนาดนี้ ไม่บอกให้รู้บ้าง เผื่อจะแวะไปเยี่ยมอีกรอบ
    กลับมาวันนั้น ก็ไม่รู้เลยว่าฮุดากลับไปอาการเพียบอีก
    เจอกันวันอีดก็ไม่เห็นเล่า
    ตกใจชะมัดตอนอ่านถึงฉากวินาทีนั้น
    (ลุ้นเหมือนลืมไปว่าเจ้าของเรื่องเค้ารอดมาอัพบล็อกให้อ่านอยู่นี่แล้ว)

    ถึงจะสัมผัสความรู้สึกไม่ได้เท่าคนที่เจอด้วยตัวเอง
    แต่คิดว่ามองเห็นถึงความยิ่งใหญ่ของวินาทีนั้นนะ
    วินาทีที่อยู่ระหว่างเป็นกับตาย
    ...อยู่ระหว่างโลกที่มีเรื่องราวและผู้คนมากมายรอให้กลับไปวุ่นวายกับโลกที่มีแต่เรากับการกระทำที่ไม่อาจแก้ไขอะไรได้
    ...อยู่ระหว่างดุนยากับชีวิตจริงหลังจากนั้น
    ถ้าความรู้สึกแบบนั้นอยู้กับเราทุกวินาทีก็คงจะดี
    เราจะได้สำนึกเสมอว่าไอ้อะไรต่อมิอะไรที่เรากำลังกังวลว้าวุ่นน่ะมันช่างเล็กน้อย
    ที่จริงแล้วโลกนี้ไม่มีอะไรเลย
    ..ไม่มี


    ปล. ดูแลสุขภาพด้วย รู้ว่ากินยาไม่สนุก ก็อย่าทำให้ตัวเองตกอยู่ในภาวะที่ต้องกินมันซิจ๊ะ

    Oct. 12
    ฟาติมะฮฺเสนอมาว่า...ไปทำอะไรทานกันที่บัยตุนชีฟาอฺ(บ้านก๊ะกี้)
    ว่าแต่ว่าจะกินอะไรดี...

    ตกลงวันเวลาให้แน่ก่อนเน้อ...หากวันที่16นั้น ช่วงเช้าตีกะว่าจะไปทำฟันก่อนน่ะ
    เอาไงดีเอ่ย...
    Oct. 12
    อัสสลามมูอ่าลัยกุมจ่ะ ยาอุคตี
    น้ำตาไหลอ่ะ ได้ข้อคิดมากมาย อินชาอัลลอฮเป็นวิทยาทานที่สะกิดใจมนุดคนนึงได้ (ขออัลลอฮรักษา)

    เจอกันในดูอาอ น่ะ(อินชาอัลลอฮ)

    ด้วยกำลังใจ
    รักอุคตีน่ะ
    Oct. 12
    >>แท้จริงแล้วเราเป็นกรรมสิทธิ์ของพระองค์ และเราต้องกลับคืนสู่พระองค์<< ร่างกายก็เป็นแค่สิ่งที่ถูกสร้าง เรามีหน้าที่ทำอาม้าลอิบาดะฮฺต่อพระผู้เป็นเจ้าแห่งสากลโลกด้วยความบริสุทธิ์ใจ หลังจากไปเราจะถูกทดสอบอีกมาก
    Oct. 12
    ^^ เห็นด้วยกับตีทุกประการจ๊ะ...
    ยังไม่เคยชิมฝีมือทำอาหารฟาตีมะฮ์เลย
    เค้กช็อคโกแลตกับหนมจีนหรอ ... น่าสนแฮะ

    (เหมือนมัดมือชกยังไงไม่รู้)
    ต้องถามเจ้าตัวเค้าดูก่อนว่าว่างและสะดวกรึเปล่า ? .... ^_^




    Oct. 12
    แหมครูฟาติมะฮฺ บ่นตัวเองอยู่รึ?
    ช่วงฉันไม่สบาย...เป็นเด็กดีจ้า ทั้งไม่ดื่มน้ำเย็น กินยาครบตามหมอสั่ง(เห็นยาครั้งแรก ร้องจ๊าก...ลั่นบ้านแห่งการเยียวยา ไม่เชื่อ...ลองถามก๊ะกี้ได้) นอนเร็วอีกด้วย...

    ยังไงงานนี้ครูฟาติมะฮฺ จะตีหนูฮายาตี ไม่ได้น๊า...

    ปล.แกทำเค้กช็อคโกแลตล้า ฉันอยากกิน
    ทำต้อนรับฮูดากลับนรา เนอะ!ฮูดา
    อ่อ...หรือไปพบปะบ้านแกดี อยากกินหนมจีนอุมมุฟาติมะฮฺ ^^
    Oct. 12
    - Fatimah -wrote:

    >>> ลาบะซา ฏอฮูรุน อินชาอัลลอฮฺ <<<

    ปล. ช่วงนี้พี่น้องหลายคนป่วยกันเยอะ เชื้อดื้อ(หมอ)มีกันกันเกือบทุกคน หมอห้ามอะไร ทำหมด
    ห้ามกินนู่นกินนี่ก็กิน นอนก็ดึก ทำเป็นลืมกิยาก็มี ...
    ... น่าตีจริง ๆ
    Oct. 12
    น้องฟาติมะฮฺนี่...

    นำบททดสอบนี้มาเป็นบทเรียนรู้ก็ได้ละมั้ง...
    ถึงขั้นให้จามใส่เลย...

    สุขภาพดี สุขภาพดี สุขภาพดี
    จะได้...
    ทำงาน ทำงาน ทำงาน
    Oct. 11
    Fatimahwrote:
    อัสลามุอะลัยกุมวะเราะห์มะตุ้ลลอฮิวะบะร่อกาตุ

    แหม! อิจฉาจัง




    วันนั้นน่าจะจามใส่เราบ้าง...


    จริงๆนะ!
    Oct. 11
    รายงานจากอับดุลลอฮฺ อิบนุ อุมัร กล่าวว่า ท่านรอซุลได้จับไหล่ทั้งสองของฉันและกล่าวว่า
    "ท่านจงอยู่บนโลกดุนยาแห่งนี้ เสมือนว่าท่านเป็นคนแปลกหน้าหรือผู้เดินผ่าน" และท่านอุมัรได้กล่าวว่า ... และจงเตรียมสุขภาพที่ดีของท่านไว้สำหรับความเจ็บป่วยของท่าน และจงเตรียมชีวิตของท่านไว้ สำหรับความตายของท่าน บันทึกโดย อัลบุคอรียฺ
    Oct. 11
    รายงานจากอับดุลลอฮฺ อิบนุอับบาส ท่านรอซุล ได้กล่าวไว้ว่า "ความโปรดปรานสองประการที่มนุษย์ส่วนมากมักจะละเลย คือ การมีสุขภาพพลานามัยที่ดีและการมีเวลาว่าง " บันทึกโดย อัลบุคอรียฺ
    Oct. 11
    หมอบอกว่า...เป็นไข้หวัดใหญ่ (สายพันธุ์ไหนไม่รู้) และติดเชื้อที่ปอดจ๊ะ
    ตอนนี้ก็อัลฮัมดูลิลลาฮฺ.... ดีขึ้นมาก
    แต่ก็ยังมีไข้อยู่ทุกวัน จนถึงวันนี้

    ใช่ !!! "ร่างกายเป็นอะมานะฮฺหนึ่งที่อัลลอฮฺมอบให้เรา ซึ่งเราต้องดูแลให้ดี"
    คือคำพูดที่แม่และน้องๆชอบย้ำเตือนเรา เพื่อให้เราจะได้กินยาแต่โดยดี
    แล้วมันก็ได้ผล . . . .


    Oct. 11
    สุขภาพ...อะมานะฮฺที่เรามักละเลย

    สรุปว่าตัวเองเป็นโรคอะไรหรอ
    ดีขึ้นแล้วใช่ป่ะ

    เราเองก็เคยผ่านเหตุการณ์แบบนี้มา
    แต่ไม่รุนแรงเท่าตัวเองน่ะ (ไม่ถึงขั้นไปนอนโรงพยาบาล แต่ต้องทรมานอยู่บนเตียงที่บ้าน)
    (ขนาดอ่านที่ตัวเองเขียนเรายังหายใจแทบไม่ออกเลย)
    อัลฮัมดุลิลลาฮฺ หรับการเตือนของอัลลอฮฺที่มอบให้ตัวเอง (โดนสะกิดแรงนะเนี่ย)
    ญะซากิลลาฮฺ ที่นับสิ่งดีๆมาเล่าสู่กันฟัง

    ดูแลตัวเองดีๆนะ
    แล้วพบกันในดุอาอฺ
    Oct. 11
    ฮูดาาาาาาาาาาาา...

    น้ำตาตีไหลอ่ะ...มองเห็นภาพ แต่คงรู้สึกเท่าฮูดาไม่ได้
    ...
    ลาบะซา ตอฮูรุน อินชาอัลลอฮฺ---ไม่เป็นไร บริสุทธิ์แล้ว หากอัลลอฮฺทรงประสงค์


    ช่วงสอบที่ผ่านมาตีไข้ขึ้น มีอาการแปลกๆ(ซึ่งเคยเป็นอยู่ครั้งนึงช่วงปิดเทอม ก็ไม่ได้เอะใจอะไร)
    ขณะที่ก้มรูกัวะ ยิ่งสูญูดจะมีอาการเจ็บตรงโหนกแก้มมาก เราก็แอบมีร้องไห้น่ะ ทำไมต้องเจ็บช่วงสุญูดด้วย(เปลี่ยนอิริยาบทอื่นๆก็จะเจ็บเช่นกัน)
    ก็โทรถามอามานี อามานีก็บอกให้ไปตรวจดู...

    ก็ไปหาหมอ หมอบอกว่าเป็นไซนัส(ตั้งนานแหระ)...
    ถูกสั่งห้ามดื่มน้ำเย็น ให้ทานยาให้หมดอีกต่างหาก โหยยยยย...ใจเนี่ยอยากโวยวายใส่หมอว่า หนูไม่เอา หนูไม่อยากกินยา
    แต่ทำไม่ได้...นอกจากยิ้มตอบ เพราะกลัวไม่อยากเป็นอะไรมากกว่านี้ เดี๋ยวจะยิ่งมากกว่ากินยา...

    แต่ก็หายดีแล้ว...อัลฮัมดูลิ้ลลาฮฺ คงต้องดูแลสุขภาพให้มากกว่านี้ เรื่องอาหารการกินและการออกกำลังกาย
    อย่างที่ตีเคยส่งข้อควาามไปบอกนั่นแหระ เวลาเราป่วยรู้สึกได้เลยว่าอัลลอฮฺรักเรามากมาย ดูแล้วน่าอิจฉา...
    ...
    เราต้องสุขภาพดี...จะได้มีแรง มีพลังอยู่เพื่อศาสนาของพระองค์ต่อไป
    ดูแลสุขภาพด้วยน่ะจ๊ะอุคตี...^^
    รักน๊า...
    Oct. 11

    Trackbacks

    The trackback URL for this entry is:
    http://hidayatullah8.spaces.live.com/blog/cns!917DCB075C6726FE!995.trak
    Weblogs that reference this entry
    • None